วันเสาร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2553

PMQA สี่ภูมิภาคกับ สนก._ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โรงแรมโฆษะ ขอนแก่น

ระหว่างวันที่ 26-29 สิงหาคม ได้ปฏิบัติหน้าที่ คณะทำงานและวิทยากร กับคณะของ สนก.สพฐ. มีผู้เข้าร่วมประชุมชุมมากกว่า 160 ท่าน ประกอบไปด้วยบุคลากรจาก สพท. ซึ่งได้แ่กท่านรองผ้อำนวยการ เจ้าหน้าที่อื่น ๆ และ ศึกษานิเทศก์ อีกส่วนหนึ่งเป็นท่านผู้บริหารโรงเรียนและเพื่อนครู ซคึ่งได้มาร่วมประชุมปฏิบัติการจัดการความรู้ใน 3 เรื่องได้แก่ การประกันคุณภาพในสถานศึกษา/จิตอาสา/และการจัดกากรเรียนร่วม ซึ่งในวันแรกของการประชุม(27 สค.)ได้รับหน้าที่ตั้งแต่เวลา 10.30 - 12.00 น. ในการดำเนินการนำเสนอตัวอย่างของชุมชนนักปฏิบัติจากโรงพยาบาลบ้านตากซึ่งเป็นชุมชนตัวอย่างของการนำกระบวนการจัดการความรู้มาพัฒนาคุณภาพงานและคุณภาพองค์ได้อย่างมีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ สมาชิกองค์กรมีการพัฒนาทักษะแลtพัฒนาความสัมพันธ์กันอย่างดี มีการพัฒนาทั้งองค์กรอย่างเห็นได้ชัดเจน ในวันที่ 2 (28 ส.ค.)ได้รับผิดชอบในการทำหน้าที่วิทยากรกลุ่มในกลุ่มเด็กพิเศษเรียนร่วม มีท่าน ผอ. คุณครู ในกลุ่มจำนวน 11 ท่าน ทุกท่านมีของดีมาอวดแลกเปลี่ยนเรียนรู้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ซึ่งกันและกัน มีการบันทึกเรื่องเล่าจากการปฏิบัติจริงในประเด็นสำคัญของการปฏิบัติที่ประสบความสำเร็จ ที่เขาเรียกว่า How  To เพื่อนำไปปฏิบัติในงานของตนเองให้เกิดความพัฒนาต่อ ๆ ไป ต้องขอขอบคุณคณะผู้เข้าร่วแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันด้วยความตั้งใจ ไว้วันต่อ ๆ ไปจะเล่าในประเด็นสำคัญ ๆ ให้ได้ทราบกันนะครับ

วันอังคารที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2553

PMQA สี่ภูมิภาคกับ สนก.

ได้มีโอกาสรับใช้งานราชการที่ไม่ใช่หน้าที่หลักโดยร่วมเป็นคณะทำงานของ สนก.-สพฐ. ในโครงการจัดการความรู้เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาตามแนวทางการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ สี่ภูมิภาค ครั้งที่ 1 ภาคใต้ จุดจังหวัดสงขลา ครั้งที่ 2 ภาคกลาง กรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 3 ภาคเหนือจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีส่วนรับผิดชอบในกิจกรรมเรื่องเล่าเร้าพลังของผู้ที่ทำงานเพื่อพัฒนาการจัดการเรียนร่วมซึ่งหมายถึงการเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ที่มความบกพร่อง ความด้อยโอกาสด้วยเหตุ ต่าง ๆ ได้มีโอกาสรับการพัฒนาศักยภาพของตนทำให้ได้ฟัง ได้พบ ได้เห็นเรื่องราวดี ๆ มากมายที่คุณครูและผู้บริหารเข้าร่วมในการนำเสนอ อยากเก็บมาเล่าให้ท่านได้ยินและได้ฟังกันซักเรื่องที่น่าประทับใจ ซึ่งจริง ๆ แล้วประทับใจทุกเรื่องที่คุณครูและท่านผู้บริหารมีความพยายามในการจัดการอย่างเต็มความสามารถและบวกกับความมานะอดทนพยายามทุกวิถีทางเพื่อเด็ก ๆ เหล่านั้น ลองฟังซักเรื่อง(อ่าน) นะครับ เรื่องมีอยู่ว่า คุณครูผู้หญิงท่านหนึ่งท่านรับผิดชอบการจัดการเรียนการสอนแบบเรียนร่วมซึ่งหมายถึงมีเด็กที่มีความต้องการดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษอยู่ในเด็กปกติด้วย เด็กชายคนนี้เป็นเด็กประภทเรียนได้ช้ากว่าอายุตัว คือ เป็นผู้ที่เรียนและพัฒนาได้ช้า อ่านหนังสือไม่ออกนั่นเอง เหตุเกิดขึ้นในวันหนึ่งเมื่อคุณครูพานักเรียนทั้งชั้นไปทำกิจกรรมที่วัด ซึ่งเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วระหว่างวัดกับโรงเรียน แต่ในวันนี้เป็นเหตุการณ์พิเศษที่ทำให้คุณครูต้องเปลี่ยนแปลงการทำงานกับเด็กหลายอย่างเพราะ เด็กผู้ซึ่งเรียนช้ากว่าเพื่อดังกล่าวเข้าไปกราบพระพุทธรูปเหมือนเด็ก ๆ ทั่วไป แต่แกหมอบกราบอยู่นานมากจนครูสังเกตเห็น เมื่อกราบ ด้วยความสงสัยคุณครูจึงตรงเข้าไปถามเด็กคนนั้นว่า "เมื่อสักครูครูเห็นเธอกราบพระนานเหลือเกิน เธออธิษบานว่าอย่างไรหรือ" เด็กตอบคุณครูด้วยความซื่อว่า "ผมอธิษฐานให้ผมอ่านหนังสืออกครับ" จากคำตองดังกล่าว ทำให้คุณครูถึงกับอึ้ง และน้ำตาคลอเบ้าตาด้วยความสงสารและสำนึกถึงภารที่ตนเองจะต้องกระทำ คุณครูตรงเข้าไปจับมือเด็กชายมากุมไว้และบอกกับเขาว่า "เิาละครูสัญญาว่าครูนี่แหละจะเป็นคนทำให้เธออ่านหนังสือให้ออกให้จงได้" จากนั้นมาเด็กชายผู้นี้จึงได้รับการให้โอกาสจากคุณครูจนสามารถมีการเรียนรู้ที่ก้าวหน้าเหมือนเพื่อิ ๆ คนอื่น ๆ ได้  ------อยากให้มีคุณครูอย่างนี้ทั้งประเทศไทยนะครับ
ศน.ทรงเดช  บันทึก (เหตุการณ์นี้จากเรื่องเล่าของชาวปักษ์ใต้)